จุดเสี่ยงสาธารณะ เสี่ยงโควิด-19 งดสัมผัส

ในช่วงเวลาที่ยากลำบากของปีที่ผ่านมาตนมาถึงปัจจุบัน คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 (COVID-19) ยังคงไม่หายไป ยังไม่มียาหรือวัคซีนที่สามารถรักษาได้ มีแต่รักษากันไปตามอาการ ดังนั้นตอนนี้สิ่งที่เราสามารถทำได้เพื่อเซฟตัวเอง คือ ลดการใช้มือสัมผัสกับสิ่งต่างๆ รวมถึงใบหน้าของเราเองด้วย ทำไมถึงต้องล้างมือบ่อยๆ ลองนึกภาพตามว่า มือเราไปสัมผัสสิ่งต่างๆ รอบตัวมามากเท่าไหร่ในแต่ละวัน สิ่งของที่เราเผลอเอามือไปสัมผัสไปจับ มีสารคัดหลั่งที่เกิดจากการไอ จาม มาเท่าไหร่ มีใครสัมผัสตำแหน่งเดียวกับเรามากี่คนแล้ว ซึ่งเราไม่สามารถรู้ได้เลย

การที่เราล้างมือบ่อยๆ ทำความสะอาดมือบ่อยๆ จึงเป็นการลดการแพร่เชื้อไวรัสจากผู้ติดเชื้อที่อาจจะไอจามใส่สิ่งของเหล่านั้นโดยตรง หรืออาจจะไอจามใส่มือแล้วมาจับสิ่งของต่างๆ ที่เราอาจจับต่อมาอีกที การร่วมใจโดยลดการสัมผัสสิ่งของสาธารณะ รวมถึงล้างมือให้สะอาดบ่อยๆ และหมั่นทำความสะอาดส่วนที่ต้องใช้ร่วมกันให้บ่อยครั้งขึ้นจึงเป็นเรื่องใกล้ตัวที่เราสามารถทำได้เพื่อเซฟตัวเอง
วันนี้เราไปสำรวจกันดีกว่ามีจุดสาณารณะไหนบ้างที่สะสมเชื้อโรคไว้บ้าง

1. เหรียญ และธนบัตร หรือเงินสด
เงินสดนี่แหละค่ะ ตัวการสะสมเชื้อโรคส่งต่อจากคนสู่คนมากมากเท่าไหร่แล้วกว่าจะมาถึงเรา หลังจับธนบัตร หรือเหรียญ จึงควรรีบทำความสะอาดมือ ด้วยเจลแอลกอฮอล์ หรือสบู่ทันที หรือถ้าเป็นไปได้ ลดการใช้เงินสด แล้วใช้วิธีจ่ายเงินผ่านการโอน หรือตัดบัตรเครดิตแทน

2. ที่จับประตู หรือลูกบิดประตู
คงจะเคยเห็นใคร หลายๆ คน พยายามใช้ไหล่ดันเพื่อเปิดประตูแทนใช่ไหมคะ ถ้าหากคุณเห็นคนเหล่านี้โปรดรับรู้เลยค่ะ ว่าเขาเหล่านี้เซฟตัวเองอยู่ ถ้าหากใครคิดว่ามันน่าจะทำยากก็ลอง ใช้สเปรย์แอลกอฮอล์ฉีดบนทิชชู แล้วเช็ดลูกบิดประตูก่อนสัมผัสแทนก็ได้ค่ะ

3. โต๊ะทำงาน
ความทำความสะอาดโต๊ะทำงานของตนเองอยู่เสมอด้วยแอลกอฮอล์ แหล่งสะสมเชื้อโรคเลย ถ้าจะให้ดีก็หมั่นทำความสะอาดบ่อยๆ นะคะ

4. โทรศัพท์สำนักงาน และโทรศัพท์มือถือ
ควรทำความสะอาดบ่อยๆ และถอดเคสออกมาเช็ดด้วยแอลกอฮอล์ เพื่อลดการสะสมของเชื้อโรค

5. ราวบันไดเลื่อน
หากจำเป็นต้องจับ ควรรีบทำความสะอาดมือด้วยเจลแอลกอฮอล์หรือสบู่ทันที สำหรับเจ้าของสถานที่ที่มีราวบันไดเลื่อน ก็จะนิยมให้พนักงานมาทำความสะอาดทุกๆ 1 ชั่วโมง

6. ปุ่มกดลิฟต์
ใช้ปากกา ปลายกุญแจ หรือไม้จิ้มฟัน หรือถ้าไม่มีอะไรในมือเลยก็สามารถใช้ข้อศอกได้ ในการกดปุ่มลิฟต์แทนนิ้วมือ เพื่อลดการสัมผัสกับปุ่มลิฟต์โดยตรง

7. บัตรคูปองอาหาร บัตรจอดรถแบบบัตรแข็ง
เราอาจจะใช้แอลกอฮอล์เข้มข้นไม่ต่ำกว่า 70% ฉีดที่บัตรทุกครั้งที่ได้รับบัตรมา อย่าไปกลัวเปลือง เพราะฉีดเราสำคัญกว่ามาก

8. ตู้ ATM หรือตู้อัตโนมัติต่างๆ
ควรรีบทำความสะอาดมือ ด้วยเจลแอลกอฮอล์ หรือสบู่ทันทีหลังจากสัมผัสตู้

9. ห้องน้ำสาธารณะ
ใช้ทิชชูสัมผัสกับอุปกรณ์ทุกอย่างในห้องน้ำแทน ใช้สเปรย์แอลกอฮอล์เช็ดบริเวณที่ต้องสัมผัส และหลังจากเสร็จธุระ ควรทำความสะอาดมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ หรือสบู่ทันที

10. พัสดุ
ใช้สเปรย์แอลกอฮอล์ฉีด ทิ้งไว้ในห้องแยกเป็นเวลา 2 วันก่อนสัมผัส แต่หากไม่สามารถทิ้งพัสดุเอาไว้ได้ ก็ให้เช็ดทำความสะอาดก่อนจับต้อง

ผู้หญิงอย่าหยุดดูแลตัวเอง

ทริคดูแลสุขภาพผู้หญิงตามวัย

วันนี้เรานำบทความที่เสนอหลากปัญหาและทางแก้ของระบบต่างๆ ในผู้หญิง โดยเน้นไปที่6 ระบบใหญ่ได้แก่ ระบบทางเดินหายใจ ระบบสมองและประสาท ระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ระบบสืบพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน และ ระบบย่อยและระบบขับถ่าย มาหาวิธีดูแลและฟื้นฟูไปพร้อมๆกันมาฝากค่ะ ไปดูกันเลยดีว่าวัยไหนควรดูแลตัวเองอย่างไร

ผู้หญิงวัย 20+
สาวๆ วัยนี้ควรฟังให้ดี เนื่องจากสมองของคนวัยนี้ยังทำงานไม่ครบ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะเซลล์สมองยังไม่แข็งแรงจึงเชื่อมโยงจากเซลล์หนึ่งสู่เซลล์หนึ่งไม่เต็มที่ เนื่องจากยังขาดการกระตุ้นด้วยการเรียนรู้และฝึกฝนเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นเวลานาน สมองคนวัยหนุ่มสาวจึงต้องการความรู้และการการฝึกฝนทักษะต่างๆ ให้มากที่สุด เพื่อวางรากฐานความแข็งแรงของเซลล์สมองในวัยต่อไป

  • พฤติกรรมเสริมกำลังสมอง
    ควรมีการเรียนรู้ตลอดเวลา โดยไม่จำกัดเฉพาะความรู้ในห้องเรียน รับประทานอาหารบำรุงสมอง เช่น อาหารที่มีโอเมก้า-3 มาก เช่น เนื้อปลา พฤติกรรมทำลายสมอง การปล่อยให้สมองไม่ทำงาน เช่น ไม่เรียนหนังสือหรือหาวิชาความรู้ด้านอื่น การใช้ยาเสพติด การดื่มแอลกฮอล์ และการสูบบุหรี่

ผู้หญิงวัย 35+
วัยนี้เป็นวัยแห่งการสร้างเสริม เมื่อเข้าสู่วัยกลางคนสมองจะมีการเปลี่ยนแปลงหลายด้านคือ เริ่มมีอาการเฉื่อยชา สามารถเรียนรู้เรื่องใหม่และจดจำได้น้อยลง แต่มีความคิดสร้างสรรค์และการวางแผนมากขึ้น เนื่องจากเป็นทักษะที่ใช้บ่อยในการทำงาน สิ่งจำเป็นสำหรับสุขภาพสมองในช่วงวัยนี้คือ ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่อย่างไม่หยุดนิ่ง ลดปัจจัยทำลายสมอง และเพิ่มปัจจัยเสริมความแข็งแรงของเซลล์สมอง

  • พฤติกรรมเสริมกำลังสมอง
    ผู้หญิงวัยนี้ควรสร้างความแปลกใหม่ให้ชีวิตและการทำงาน เซลล์สมองจะเชื่อมโยงกันมากขึ้นเมื่อเกิดการเรียนรู้สิ่งใหม่ งานอดิเรก หางานอดิเรกหรือกิจกรรมแปลกใหม่ทำในวันหยุด เช่น วาดรูป ท่องเที่ยวในสถานที่แปลกใหม่ เพราะการไปในที่ที่ไม่เคยไปช่วยพัฒนาสมองหลายส่วน พฤติกรรมทำลายสมอง การนอนดึก ทำให้เซลล์สมองไม่ได้พักและเสื่อมง่าย วิถีชีวิตและการทำงานที่จำเจ แบบแผนชีวิตที่เหมือนกันทุกวัน ส่งผลให้เซลล์สมองขาดการกระตุ้นการเชื่อมโยง

ผู้หญิงวัย 50+
สำหรับวัยลายคราม วัยแห่งการปลุกเซลล์สมอง เพราะเซลล์สมองเหลือน้อย การเชื่อมโยงประสาทเป็นไปอย่างเชื่องช้า และการทำงานประสานกันของสมองทั้งสองซีกเป็นไปอย่างยากลำบาก ทำให้ความคิดความอ่านไม่ว่องไว ในบางคนอาจจดจำสิ่งใหม่ไม่ได้ แต่จดจำเรื่องราวในอดีตได้แม่นยำ เพราะเซลล์ประสาทส่วนนั้นเชื่อมโยงและฝังแน่นมานาน การดูแลสมองในวัยนี้จึงควรใช้วิธีออกกำลังสมองให้แข็งแรงสมองให้แข็งแรงเพื่อชะลอความเสื่อมของเซลล์ในประสาทส่วนที่ไม่ได้ใช้ ขณะเดียวกันก็ทำให้เซลล์ในประสาทส่วนที่ใช้บ่อยยิ่งทำงานได้ดี ซึ่งช่วยป้องกันโรคความจำเสื่อมได้

  • พฤติกรรมเสริมกำลังสมอง
    ในวัยนี้ควรออกกำลังกาย ควรออกกำลังกายแบบต่อเนื่องให้ได้อย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 40 นาที เช่น รำกระบอง โยคะ ไทเก็ก ไทชิ เป็นต้น เพื่อให้เลือดสูบฉีดไปเลี้ยงสมองได้ดี การเข้าสังคม การทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนหรือครอบครัวช่วยทำให้อารมณ์ดีและฝึกฝนสมองหลายๆส่วน เช่น พูดคุย เล่นหมากรุก เป็นอาสาสมัครทำงานให้กับหน่วยงานหรือชุมชน และทำงานพิเศษ หากิจกรรมทำยามว่าง เพราะการอยู่เฉยๆโดยไม่คิดอะไรจะทำให้เซลล์สมองตายอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมทำลายสมอง ความเครียด
    ที่สำคัญการรับประทานอาหารไม่ครบหมู่ การรับประทานอาหารมากไปหรือน้อยไปจะทำให้ขาดวิตามินและสารอาหารบางชนด เช่น วิตามินบี 12 และ บี1 จนเกิดภาวะสมองเสื่อม การรับประทานยาที่ออกฤทธิ์กดสมอง เช่น ยานอนหลับ ยาคลายเครียด