ฤดูกาลกับโรคโควิด 19

มีหลายคนเข้ามาแสดงภูมิรู้ในเชิงวิชาการประมาณว่า“ โชคดีแล้วประเทศไทย อยู่ในช่วงฤดูร้อน”   โรคโควิด 19 สักพักมันก็จะหมดสิ้น ในช่วงฤดูร้อนของเมืองไทย  คำกล่าวอ้างนี้ จึงยังไม่ได้รับการสนับสนุนในเชิงวิทยาศาสตร์ เพราะยังไม่มีข้อมูลเชิงวิจัยทางด้านการแพทย์ หรือทางห้องปฏิบัติการด้านวิทยาศาสตร์ ใด ๆ เลย 

จึงเหมือนเป็นข่าวลวงโลก อีกประเภทหนึ่ง มีข้อมูลที่เป็นส่วนน้อยที่มีการบันทึก โซนประเทศที่มีการแพร่ระบาดหนัก พบว่า การระบาดของโควิด 19 มีแหล่งที่มาจากเมืองที่ค่อนข้างมี อุณหภูมิต่ำ หรือ อากาศเย็น แต่ประเด็นนี้ เมื่อนำมาเปรียบเทียบ กับการเกิดระบาดใน ประเทศเขตร้อนชื้น ก็มีข้อมูลสนับสนุน การแพร่ระบาดในโซนนี้ ไม่ได้ทวีความรุนแรง เทียบเท่า จีน ญี่ปุ่น หรือ ประเทศเขตฤดูหนาว

แต่ข้อคำถามตามมา ที่มีกระแสมากมาย เชื้อโควิด ในแหล่งเขตร้อนชื้น กับ เขตอุณหภูมิต่ำ มันเป็นเชื้อโควิด คนละสายพันธุ์ ซึ่งมันอาจกลายสายพันธุ์  การจะนำวัคซีน ที่รักษากับผู้ป่วยใน เขตพื้นที่แตกต่างกัน ย่อมมี ภาวะของความไม่สมบูรณ์ในทางการแพทย์ ที่จะฟันธงว่า ใช้รักษาเหมือนกันได้ อีกประเด็นที่เราได้ติดตาม  ในสื่อช่องทางโทรทัศน์ หรือฟังจากวิทยุ ที่พบว่า น้ำยาตรวจเชื้อ คัดกรองผู้ป่วย ที่เคยใช้ในกลุ่มประเทศที่ในปัจจุบัน เป็นช่วงฤดูหนาว เมื่อนำมาใช้กับ กลุ่มผู้ป่วยที่มีการคัดกรองเบื้องต้น จึงไม่พบเชื้อที่ บ่งบอกว่า ติดเชื้อโควิด 19

มีหลักฐานบ่งชี้ ที่สนับสนุนที่พอ จะทำให้คนที่อยู่ในเขตร้อนชื้นได้สบายใจ อาจกล่าวได้ว่า คนในโซนร้อนชื้น ร่างกายได้รับวิตามินดี ที่พอเพียงที่เป็นองค์ประกอบของการสร้างภูมิคุ้มกัน เชื้อโรคที่จะเข้าไปทำลายเยื้อหุ้มปอด ได้มากกว่า คนที่มีถิ่นกำเนิดในโซนอากาศหนาว หรือ อยู่ในช่วงฤดูหนาวนั่นเอง และมีนักวิทยาศาสตร์ ได้ระบุข้อมูล ที่สนับสนุน ฤดูกาลกับ โควิด มีความสัมพันธ์กัน โดยระบุว่า ในช่วงฤดูหนาว หากคนไข้ มีการไอ หรือ จาม ละออง ของน้ำลายก็จะล่องลอย ในอากาศได้มากกว่า และ อยู่ในอากาศในเวลาที่มากกว่า

เพราะอากาศชื้น การติดต่อสู่คน จึงมีโอกาสมากกว่า ยิ่งหากอยู่ในห้องแอร์ ด้วยแล้ว ไม่มีการระบาย เชื้อโรคก็จะล่องลอย ในห้อง และระยะเวลาที่เชื้อจะตาย ก็ใช้เวลามากกว่าปกติ เราจึงเห็นผู้ติดเชื้อใน เขตประเทศใน โซนที่ยังเป็นฤดูหนาว มีจำนวนมากกว่า ในเขตประเทศที่ยังอยู่ในฤดูร้อน มีอีกประเด็นที่มีการติดต่อของโรคโควิด 19 อย่างรวดเร็วในประเทศไทย

ประเด็นนี้ หากลองพิจารณา จะพบว่า จุดที่แพร่กระจาย ของโควิด มาจากสนามมวย ซึ่งเป็นเวทีปิด ติดแอร์อย่างดี จุคนดูได้ ราว 2,000 คน หากมีผู้ที่มีเชื้อโควิด การแพร่กระจายของเชื้อโรค ก็ชัดเจน ละอองน้ำลาย มันวนเวียน อยู่ภายในห้องปิด คนที่เข้ามาดู หรือ ใกล้ชิด รับเชื้อแบบเต็ม 100 % เช่นนี้ สนามมวยก็เหมือนการจำลอง ให้คนเข้าไปอยู่ในห้องแอร์ขนากใหญ่อุณหภูมิจึงคล้ายฤดูหนาว เช่นที่กล่าวมาข้างต้น

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  แทงหวยออนไลน์

ประโยชน์และอันตรายของลูกอม 

การที่เรานั้นชื่อชอบลูกอมนั้นก็ไม่ผิดอะไรอย่างร้ายแรง แต่ถ้าเมื่อเรานั้นกินแล้วไม่แปลงฟันด้วยนะคือจะมีผลตามมาอย่าติดๆเพราะว่าเรานั้นฟันจะเป็นแมงยิ่งถ้าเป็นเด็กด้วยแล้วที่พ่อแม่นั้นชื่นชอบการกินลูกอมให้ลูกแต่ว่าไม่ชอบแปลงฟันให้ลูกนั้นลูกน้อยของเรานั้นฟันก็อาจจะเป็นแมงได้เหมือนกันแล้วคุณลองมองไปซิว่าการที่ลูกน้อยเรานั้นกินลูกอมก็ดีเพราะจะทำให้ลูกน้อยเรานั้นได้รับรู้รสชาติที่แปลกและใหม่

แต่ถ้าเรานั้นไม่ทำความสะอาดให้กับลูกน้อยนั้นลูกน้อยเรานั้นจะปวดฟันและฟันเป็นแมงในขณะที่ลูกน้อยเรานั้นปวดฟันก็เป็นว่าเรานั้นไม่ยอมที่จะแปลงฟันให้ลูกน้อยเราอาการปวดฟันของลูกน้อยนั้นจะงอแงอย่างหนัก เพราะว่าแมงกินฟัน  ถ้าเรานั้นรู้จักให้และทำความสะอาดนั้นก็จะไม่เกิดโทษแก่ลูก ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นคนโตหรือว่าเด็กนั้นเราก็ต้องดูแลความสะอาดของช่องปากให้สะอาดและถูกสุขลักษณะด้วยการแปลงฟัน 

ประโยชน์และอันตราย  น้ำตาลเป็นตัวการที่ทำให้ฟันของลูกน้อยผุมากกว่าอย่างอื่นเพราะว่าแบคทีเรียที่อยู่ในคราบฟันหรือจะใช้น้ำตาลสร้างกรดขึ้นมาทำลายเคลือบฟันออกไป น้ำตาลแลคโตสในนมและที่อยู่ในผักหรือวาผลไม้ หรือว่าถั่วนั้นจะไม่ทำให้ฟันนั้นผุ แต่น้ำตาลที่อยู่ในซูโครสหรือน้ำตาลที่ผ่านการแปรรูปนี่เอง 

โดยความจริงแล้วร่างกายต้องการน้ำตาลในจำนวนที่เหมาะและต้องการน้ำตาลในรูปของน้ำตาลกลูโคสอยู่ตลอดเวลาเพื่อที่จะช่วยให้สมองและระบบประสาททำงานเป็นปกติโดยเมื่อเรากินอาหารร่างกายจะนำกลูโคสจากอาหารที่ส่งไปยังกระแสเลือดและน้ำตาลบางส่วนได้ถูกส่งไปสู่กระแสเลือดทันทีเพื่อจัดสรรพลังงานให้กับเซลล์ต่างๆพร้อมไว้สำหรับเปลี่ยนเป็นกลูโคสเมื่อร่ายกายต้องการเรามีไกลโคเจนสะสมไว้เล็กน้อย เมื่อเทียบกับไขมัน  คนหนัก  70 กิโลกรัม จะมีไกลโคเจน 1 กิโลกรัม แต่มีไขมันถึง 16 กิโลกรัม  

น้ำตาลไม่ได้ทำให้อ้วนเพราะน้ำตาลมีพลังงานเท่ากับคาร์โบ”ฮเดรตอื่นๆเช่นฝรั่งหรือถั่ว น้ำตาลส่วนใหญ่มีคุณค่าทางอาหารเล็กน้อย  ยิ่งน้ำตาลทรายขาวที่มีความบริสุทธิ์มีคุณค่าทางอาหารที่ต่ำ  แต่ว่ามีพลังงานที่สูงเช่น  ช๊อกโกแลต  เค้ก  คุกกี้  แม้จะกินเข้าไปนิดเดียวแต่ว่าช็อกโกแลตนั้นนั้นมีแคลอรี่เท่ากับอาหารมื้อหนึ่งที่มีทั้งเนื้อสัตว์  มันต้ม  ผัก  และน้ำเกรวี่แต่จะไม่ทำให้อิ่ม  และไม่ให้คุณค่าอาหารที่หลากหลาย  ดังนั้นถ้าเรากินอาหารที่อุดมไปด้วย  คุณค่าทางอาหารแล้ว  ก็ควรที่จะลดขนมหวานลง หรือว่าไม่ต้องกินขนมหวานก็ได้ในมื้อนั้น 

 

สนับสนุนโดย  alpha88

กิน ” ข้าวกล้อง” เพื่อสุขภาพ

        ปัจจุบันนี้คนส่วนใหญ่หันมาใส่ใจดูแลรักษาสุขภาพกันมากขึ้น  นอกจากนิยมพากันมาออกกำลังกายเช้า-เย็นแล้ว เรื่องอาหารการกินก็ถือเรื่องสำคัญ เพราะการที่ร่างกายจะแข็งแรงสมบูรณ์ได้นั้น มันต้องมาจากการที่เราเลือกกินแต่อาหารที่ดีและมีประโยชน์

  โดยเฉพาะคนไทยเรา ที่จะเน้นกินข้าว เป็นหลัก  แต่ข้าวขาวที่เรากินมักจะไม่ค่อยมีประโยชน์ต่อร่างกาย นักโภชนาการเลยแนะนำให้หันมากินข้าวกล้องแทน  หลายท่านอาจรู้จักและได้นำมาหุงกินอยู่ แต่สำหรับท่านใดที่ยังสงสัยว่าข้าวกล้อง นั้นมันคือข้าวแบบไหน กินแล้วมันให้ผลดีกับร่างกายอย่างไร เราจะอธิบายให้ท่านได้เข้าใจกันตรงนี้

     ข้าวกล้อง คือ ข้าวที่ไม่ผ่านการขัดสี หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ เป็นข้าวที่เอาแต่เปลือก(แกลบ)ออกไป  ในข้าวกล้องยังมีจมูกข้าวและเยื้อหุ้มเมล็ดเหลืออยู่ ซึ่งในสองส่วนนี้ของข้าวกล้องเป็นส่วนที่มีคุณค่าทางโภชนาการและมีสารอาหารที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกายสูงสุด ต่างจากข้าวขาวหรือข้าวสารที่คนทั่วไปนิยมนำมาหุงกิน ข้าวขาวเป็นข้าวที่ไม่ค่อยมีสารอาหารส่วนใหญ่จะเหลือแต่แป้งที่เป็นเนื้อในของข้าว  เนื่องจากถูกสีหลายครั้งจนจมูกข้าวและเยื้อหุ้มเมล็ดที่ให้ประโยชน์ได้หลุดออกไปหมดแล้ว  ข้าวกล้องที่คนไทยนิยมกินกันมีหลายแบบ ได้แก่ ข้าวกล้องงอก ข้าวกล้องมันปู ข้าวกล้องไรซ์เบอร์รี่ ข้าวกล้องหอมมะลิ เป็นต้น

     ในข้าวกล้องมีสารอาหารที่มีประโยชน์ เช่น โปรตีน คาร์โบไฮเดรต วิตามินต่างๆ รวมถึงเกลือแร่หลายชนิดที่ร่างกายต้องการ วิตามินบีรวมในข้าวกล้อง ช่วยป้องกันและลดความอ่อนเพลียของแขนขา บำรุงสมอง ป้องกันโรคเหน็บชา  ไม่เป็นโรคปากนกกระจอก แคลเซียมที่ได้ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง ไขมันในข้าวกล้องเป็นไขมันดีไม่โคเรสเตอรอล ไม่ทำให้อ้วน ธาตุเหล็กและทองแดง ช่วยให้ไม่เป็นโรคโลหิตจาง และยังช่วยสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงให้เพิ่ม    มีกากอาหาร(ไฟเบอร์)สูงช่วยให้อิ่มท้องได้นาน ทั้งยังกระตุ้นการทำงานของลำไส้จึงทำให้ระบบขับถ่ายดีท้องไม่ผูก ไม่ต้องกังวลกับการป่วยเป็นมะเร็งในลำไส้ มีสารต้านอนุมูนอิสระทำให้แก่ช้า ลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งได้หลายชนิด

        จากประโยชน์ที่ได้กล่าวไปข้างต้น จึงไม่ผิดอะไรที่จะเชื่อและเข้าใจว่าข้าวกล้องเป็นข้าวที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ดังนั้นหากท่านเป็นผู้ที่รักสุขภาพและเป็นผู้ที่ต้องการลดความอ้วน ควรหาซื้อข้าวกล้องมาหุงกินแทนข้าวขาวที่เคยกินมา รสชาติอาจจะอร่อยไม่เท่าแต่รับรองว่าได้สารอาหารที่ร่างกายต้องการ ไม่เจ็บไม่ป่วย  แก่ช้า อายุยืนยาว 

 

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยฮานอย

ผมมันนั้นเราต้องใช้ยาสระผมอะไร 

ผมมันนั้นจะรับมือแบบไหนดีนะเพราะว่าสระผมตอนเช้าแล้วพอตกบ่ายนั้นผมก็เริ่มที่จะกลับมามันอีกเช่นเดิม สระวันเว้นวันนั้นก็ยิ่งไม่ต้องถูกถึงเพราะผมมันเป็นก้อนเลย  บางคนก็พูดว่าสระผมทุกวันนั้นไม่ดีเพราะว่าน้ำมันที่ผลิตออกนั้นจะทำให้ผมเรานั้นแห้ง

ผมมันเราต้องใช้ยาสระผมอะไรต้องสระผมนั้นบ่อยไหมซึ่งเป็นคำถามที่บ่อยอย่างมากหลายคนนั้นเจอปัญหาแบบนี้เบื่อไหมเพราะว่าสระผมบ่อยก็แล้วสระน้อยก็แล้ว เปลี่ยนยาสระผมมาก็บ่อยแล้วเคยเอาแป้งมาโรยที่ผมเพื่อไม่ให้ผมมันก็แล้วแต่ก็ยังไม่เคยเจอวิธีที่แก้ปัญหาได้เลย วันนี้ก็เลยจะมาบอกวิธีที่สาวๆนั้นจะหาอะไรใช้ยาสระผมอะไรที่ดีขึ้นเพื่อไม่ให้ผมเรานั้นมันไปดูกันเลย

แพนทีนไมเซล่า สูตรชาร์โคลนี่ จบเลยทั้งผมมันและหนังศีรษะนั้นมันมันง่าย และรวมไปถึงผมที่นุ่มและสวยอย่างที่บอกว่าการที่ผมของเรานั้นมันเราต้องดูแลให้ตรงจุดนั่นคือการสระผม ยิ่งยาสระผมนั้นมีให้เรานั้นเลือกเยอะแต่เรานั้นต้องเลือกยาสระผมที่เหมาะแก่สภาพผมของเราซึ่งยาสระผมแพนทีนนั้นได้ออกแบบมาให้สำหรับผมที่มันและเป็นแชมพูใหม่มีสิลิโคนซึ่งแพนที่นนั้นทำมาให้เรานั้นใช้และเหมาะกับสภาพผมที่มันและแพนทีนนั้นเป็นแบร์นแรกที่เอาไมเซล่านั้นมาใช้กับเส้นผม และยิ่งมีการนำขวดใสมาใส่ยิ่งทำให้ดูหน้าใช้อย่างมาก

หลังจากที่เรานั้นใช้แชมพูสำหรับคนที่ผมมันง่ายอย่างแพนทีนนั้นแชมพูนี้เป็นเนื้อที่ใสที่สระแล้วนั้นให้เกิดฟองกำลังดี และทำให้ล้างออกง่ายเวลาที่ล้างออกนั้นผมไม่เหนียว และทำความสระอาดและไม่ทำให้ผมและหนังศีรษะนั้นแห้งจนเกินไปบวกกับว่ามีกลิ่นที่หอมอ่อนทำให้เรานั้นสดชื่น  

ส่วนครีมนวดจะเป็นเนื้อสีขาวเนียนนุ่ม  และครีมนวดนั้นสามารถใช้ได้ถึงโคนผมด้วย ซึ่งถ้าใช้แล้วนั้นไม่ทำให้ผมนั้นไม่มันง่ายและยังกลับทำให้ผมนุ่มลื่นน่าสัมผัสและสิ่งที่น่าตกใจอย่างมากเมื่อเรานั้นสระผมพร้อมกับใช้ครีมนวดนั้นไม่ต้องสระผมในวันต่อไปก็ได้เพราะผมเรานั้นจะยังไม่มันเยิ้มอีกด้วย

และที่สำคัญนั้นสำหรับสาวๆที่ผมมันแค่คิดว่าสระผมแค่นั้นก็ทำให้ผมของเรานั้นหายมันแล้ว 

 

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์ขั้นต่ำ 1 บาท

นอนอย่างไรถึงดีต่อสุขภาพ

การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญต่อสุขภาพเป็นอย่างมากเพราะเมื่อร่างกายได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ร่างกายของเราก็จะรู้สึกสดชื่นในขณะที่ตื่นนอน แต่หากร่างกายมีการนอนหลับพักผ่อนที่ไม่เพียงพอแล้ว

เมื่อตื่นขึ้นมาจะทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยล้าไปตลอดทั้งวัน และหากร่างกายมีการพักผ่อนไม่เพียงพอติดต่อกันเป็นระยะเวลานานก็จะส่งผลให้สุขภาพร่างกายของเราทรุดโทรมตามไปด้วย ดังนั้นจึงควรกำหนดเวลาในการนอนเพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ เพื่อสุขภาพที่ดี และความสดชื่นในขณะตื่นนอน

นอนหลับอย่างไรถึงจะเพียงพอต่อร่างกาย ในแต่ละช่วงอายุนั้นร่างกายต้องการเวลาในการพักผ่อนที่ไม่เท่ากัน หากร่างกายได้รับการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอก็จะส่งผลเสียต่อสุขภาพ แต่หากร่างกายได้รับการพักผ่อนที่มากจนเกินไปก็จะส่งผลเสียต่อสุขได้อีกเช่นกัน

ดังนั้นเราจึงควรมาศึกษาเวลาในการพักผ่อนของแต่ละช่วงอายุเพื่อให้เพียงพอต่อร่างกาย และสุขภาพที่ดีที่จะตามมาหากร่างกายได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ

  • เด็กทารกจนถึงเด็กอายุ 1 ปี ควรนอนหลับให้ได้อย่างน้อยวันละ 20 ชั่วโมง เพราะในวัยเด็กทารกนั้นยังอยู่ในช่วงที่ร่างกายต้องการเวลาในการพักผ่อนมากกว่าวัยอื่น ๆ
  • เด็กอายุ 1 ปี จนถึงเด็กอายุ 8 ปี ควรนอนให้ได้อย่างน้อยวันละ 12 ชั่วโมง เพราะเด็กในวัยนี้เป็นวัยที่ใช้พลังงานในร่างกายมากในการเล่นซนจนร่างกายเหนื่อย และหลับไปเอง เราจึงเห็นได้บ่อยครั้งในเด็กช่วงวัยนี้ที่หลับคาของเล่นไปเลย ด้วยความเหนื่อยจากการใช้พลังงานของร่างกายอย่างเต็มที่
  • เด็กอายุ 9 ปีจนถึงเด็กอายุ 11 ปี ควรนอนหลับให้ได้วันละ 9-11 ชั่วโมง เด็กวัยนี้เป็นวัยที่เริ่มเข้ารับการศึกษาแล้ว เวลานอนจึงน้อยลง แต่ก็ควรให้อยู่ในเกณฑ์นี้จึงจะส่งผลดีต่อร่างกายมากที่สุด
  • ในวัยที่เริ่มเข้าสู่วัยรุ่นตั้งแต่อายุ 12 ปีจนถึงอายุ 18 ปี เป็นวัยที่เข้าสู่วัยเรียนอย่างเต็มตัว และร่างกายกำลังเริ่มมีการพัฒนาการที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นเพื่อให้ฮอร์โมนในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรนอนหลับพักผ่อนให้ได้วันละ 10 ชั่วโมง 
  • ในวัยรุ่นเต็มตัวที่มีอายุ 19 ปีไปจนถึงอายุ 25 ปี ควรพักผ่อนวันละ 7-9 ชั่วโมง เพื่อให้สมองปลอดโปร่งอย่างเต็มที่พร้อมรับมือกับการเรียนในช่วงมหาวิทยาลัยที่เริ่มมีเนื้อหาในการเรียนที่เข้มข้นขึ้น
  • ในช่วงอายุ 26 ปีไปจนถึงอายุ 35 ปี เป็นช่วงที่เข้าสู่วัยผู้ใหญ่ตอนต้น ควรนอนวันละ 7-9 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายพร้อมรับมือกับการทำงานอย่างหนักของคนในวัยนี้
  • ในช่วงอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป เริ่มเข้าสู่วัยกลางคนจนถึงวัยสูงอายุ ควรพักผ่อนให้ได้วันละ 8 ชั่วโมง เพื่อสุขภาพที่ดีของคนในวัยนี้

การนอนหลับพักผ่อนเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะในขณะที่เรานอนหลับนั้น ร่างกายของเราจะทำการซ่อมแซมส่วนต่าง ๆที่สึกหรอ และยังเป็นการพักผ่อนร่างกายที่ทำกิจกรรมต่าง ๆมาตลอดทั้งวันอีกด้วย จึงควรใส่ใจในเรื่องเวลาของการพักผ่อนเพื่อให้มีสุขภาพที่ดี รู้สึกสดชื่นอยู่ตลอดเวลา

 

ขอบคุณผู้ให้กาสนับสนุนเรื่องราวโดย  ชุดตรวจ hiv

จุดเสี่ยงสาธารณะ เสี่ยงโควิด-19 งดสัมผัส

ในช่วงเวลาที่ยากลำบากของปีที่ผ่านมาตนมาถึงปัจจุบัน คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 (COVID-19) ยังคงไม่หายไป ยังไม่มียาหรือวัคซีนที่สามารถรักษาได้ มีแต่รักษากันไปตามอาการ ดังนั้นตอนนี้สิ่งที่เราสามารถทำได้เพื่อเซฟตัวเอง คือ ลดการใช้มือสัมผัสกับสิ่งต่างๆ รวมถึงใบหน้าของเราเองด้วย ทำไมถึงต้องล้างมือบ่อยๆ ลองนึกภาพตามว่า มือเราไปสัมผัสสิ่งต่างๆ รอบตัวมามากเท่าไหร่ในแต่ละวัน สิ่งของที่เราเผลอเอามือไปสัมผัสไปจับ มีสารคัดหลั่งที่เกิดจากการไอ จาม มาเท่าไหร่ มีใครสัมผัสตำแหน่งเดียวกับเรามากี่คนแล้ว ซึ่งเราไม่สามารถรู้ได้เลย

การที่เราล้างมือบ่อยๆ ทำความสะอาดมือบ่อยๆ จึงเป็นการลดการแพร่เชื้อไวรัสจากผู้ติดเชื้อที่อาจจะไอจามใส่สิ่งของเหล่านั้นโดยตรง หรืออาจจะไอจามใส่มือแล้วมาจับสิ่งของต่างๆ ที่เราอาจจับต่อมาอีกที การร่วมใจโดยลดการสัมผัสสิ่งของสาธารณะ รวมถึงล้างมือให้สะอาดบ่อยๆ และหมั่นทำความสะอาดส่วนที่ต้องใช้ร่วมกันให้บ่อยครั้งขึ้นจึงเป็นเรื่องใกล้ตัวที่เราสามารถทำได้เพื่อเซฟตัวเอง
วันนี้เราไปสำรวจกันดีกว่ามีจุดสาณารณะไหนบ้างที่สะสมเชื้อโรคไว้บ้าง

1. เหรียญ และธนบัตร หรือเงินสด
เงินสดนี่แหละค่ะ ตัวการสะสมเชื้อโรคส่งต่อจากคนสู่คนมากมากเท่าไหร่แล้วกว่าจะมาถึงเรา หลังจับธนบัตร หรือเหรียญ จึงควรรีบทำความสะอาดมือ ด้วยเจลแอลกอฮอล์ หรือสบู่ทันที หรือถ้าเป็นไปได้ ลดการใช้เงินสด แล้วใช้วิธีจ่ายเงินผ่านการโอน หรือตัดบัตรเครดิตแทน

2. ที่จับประตู หรือลูกบิดประตู
คงจะเคยเห็นใคร หลายๆ คน พยายามใช้ไหล่ดันเพื่อเปิดประตูแทนใช่ไหมคะ ถ้าหากคุณเห็นคนเหล่านี้โปรดรับรู้เลยค่ะ ว่าเขาเหล่านี้เซฟตัวเองอยู่ ถ้าหากใครคิดว่ามันน่าจะทำยากก็ลอง ใช้สเปรย์แอลกอฮอล์ฉีดบนทิชชู แล้วเช็ดลูกบิดประตูก่อนสัมผัสแทนก็ได้ค่ะ

3. โต๊ะทำงาน
ความทำความสะอาดโต๊ะทำงานของตนเองอยู่เสมอด้วยแอลกอฮอล์ แหล่งสะสมเชื้อโรคเลย ถ้าจะให้ดีก็หมั่นทำความสะอาดบ่อยๆ นะคะ

4. โทรศัพท์สำนักงาน และโทรศัพท์มือถือ
ควรทำความสะอาดบ่อยๆ และถอดเคสออกมาเช็ดด้วยแอลกอฮอล์ เพื่อลดการสะสมของเชื้อโรค

5. ราวบันไดเลื่อน
หากจำเป็นต้องจับ ควรรีบทำความสะอาดมือด้วยเจลแอลกอฮอล์หรือสบู่ทันที สำหรับเจ้าของสถานที่ที่มีราวบันไดเลื่อน ก็จะนิยมให้พนักงานมาทำความสะอาดทุกๆ 1 ชั่วโมง

6. ปุ่มกดลิฟต์
ใช้ปากกา ปลายกุญแจ หรือไม้จิ้มฟัน หรือถ้าไม่มีอะไรในมือเลยก็สามารถใช้ข้อศอกได้ ในการกดปุ่มลิฟต์แทนนิ้วมือ เพื่อลดการสัมผัสกับปุ่มลิฟต์โดยตรง

7. บัตรคูปองอาหาร บัตรจอดรถแบบบัตรแข็ง
เราอาจจะใช้แอลกอฮอล์เข้มข้นไม่ต่ำกว่า 70% ฉีดที่บัตรทุกครั้งที่ได้รับบัตรมา อย่าไปกลัวเปลือง เพราะฉีดเราสำคัญกว่ามาก

8. ตู้ ATM หรือตู้อัตโนมัติต่างๆ
ควรรีบทำความสะอาดมือ ด้วยเจลแอลกอฮอล์ หรือสบู่ทันทีหลังจากสัมผัสตู้

9. ห้องน้ำสาธารณะ
ใช้ทิชชูสัมผัสกับอุปกรณ์ทุกอย่างในห้องน้ำแทน ใช้สเปรย์แอลกอฮอล์เช็ดบริเวณที่ต้องสัมผัส และหลังจากเสร็จธุระ ควรทำความสะอาดมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ หรือสบู่ทันที

10. พัสดุ
ใช้สเปรย์แอลกอฮอล์ฉีด ทิ้งไว้ในห้องแยกเป็นเวลา 2 วันก่อนสัมผัส แต่หากไม่สามารถทิ้งพัสดุเอาไว้ได้ ก็ให้เช็ดทำความสะอาดก่อนจับต้อง

การลดน้ำหนัก

การลดน้ำหนักก็ถือว่าเป็นปัญหาหนักของสาวๆบางคนที่อยากมีหุ่นที่ดีร่างกายที่แข็งแรงจึงสรรหาวิธีการที่สามารถจะทำให้น้ำหนักลดได้กันอย่างมากสาวๆบางคนอาจจะต้องพึ่งยาลดความอ้วนแบบนั้นมีความเสี่ยงอันตรายในการลดอย่างมากเพราะยาบางชนิดเมื่อเรารับประทานเข้าไปในร่างกายอาจจะต้องห้ามรับประทานอาหรหรือน้ำเลยการลดน้ำหนักแบบวิธีอย่างนั้นอาจจะทำให้ร่างกายของเราแย่ลงก็เป็นได้ฉะนั้นคุณควรปรับเปลี่ยนความคิดใหม่อย่าพึ่งยาและอดอาหารเพราะมันจะทำให้ร่างกายของเรานั้นไม่ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและร่างกายของเรา

จะมีภูมิคุ้มกันน้อยลงอีกด้วยเราควรลดน้ำหนักด้วยวิธีธรรมชาติของเราโดยการทานอาหารให้ครบห้าหมู่ลดปริมาณในการรับประทานอาหารลงทานผักผลไม้เยอะแทนขนมจุกจิกหรือขนมที่มีแคลอรี่สูงและที่สำคัญคุณจะต้องออกกำลังกายร่วมด้วยมันจะขึ้นอยู่การรับประทานอาหารของเราคุณต้องควบคุมอาหารด้วยแต่ห้ามอดเด็ดการไม่อย่างนั้นระบบการทำงานของร่างกายเราอาจจะมีการทำงานที่ผิดปกติการจะลดน้ำหนักให้สำเร็จนอกจากคุณจะต้องออกกำลังกายแล้วการควบคุมอาหารก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆอีกอย่างถ้ารับประทานอาหารที่เป็นมิตรต่อร่างกายเราก็จะสามารถลดน้ำหนักได้ เรามี 3 หลักในการลดความอ้วนมาให้สาวๆกัน

1.ควบคุมปริมาณอาหารการกินของคุณ อย่ารับประทานมากเกินไปการกินอาหารดีๆแต่ถ้ากินมากไปก็อ้วนอยู่ดีแต่ถ้าคุณรับประทานน้อยเกินไปถึงจะผอมไวก็อาจจะกลับมาโยโย่เหมือนเดิมแถมเสียสุขภาพอีกด้วย

2.สารอาหารจะต้องครบถ้วนเน้นผักและผลไม้(งดแป้งน้ำตาลและไขมัน) การรับประทานผักผลไม้จะช่วยในการเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกายเราถ้าเราไปรับประทานอาหารที่ห้ามก็อาจจะกลับมาหุ่นพังเหมือนเดิม

3.การกินอาหารเสริมลดไขมัน คือการทานอาหารเสริมโดยเฉพาะสำหรับสาวๆที่ควบคุมน้ำหนักอาหารเสริมนี้จะช่วยให้สารอาหารที่เราขาดหรือทานไม่ครบให้แก่ร่างกายของเรา

อาหารที่ไม่ควรรับประทานสำหรับคนที่ต้องการจะลดน้ำหนักก็คือ ของทอด ขนมถุง ขนมหวาน ไอติม บิงซู น้ำอัดลม เค้ก คุกกี้ เหล้า เบียร์ บุฟเฟต์ ส่วนอาหารที่สามารถทานได้ตามความต้องการ ดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ ทานเนื้อไก่หรือเนื้อปลา ทานผักและผลไม้ ทานอาหารที่มีแคลต่ำ รับประทานให้ครบ 3 มื้อและทานให้ครบ 5 หมู่ด้วย ถ้าหากสาวๆคนในปฏิบัติ

ตามดังนี้ได้ก็จะมีหุ่นที่ดีและสุขภาพร่างกายที่ดีตามมาด้วยอยากให้สาวๆทุกคนที่กำลังหาวิธีลดน้ำหนักมาลองทำวิธีนี้ดูอาจจะเกิดผลดีต่อร่างกายของคุณก็ได้อย่าไปพึ่งยาอย่างเดียวเพราะการทานอาหารให้ครบห้าควบคุ่กับการออกกำลังการก็สามารถช่วยได้เหมือนกัน

 

ขอขอบคุณผู้ที่ให้การสนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

การออกกำลังกายในเวลาที่เหมาะสม

การออกกำลังกายในเวลาที่เหมาะสม

ออกกำลังกายตอนไหนดีที่สุด

ในวงการคนรักสุขภาพมีหลายคนสงสัยและตั้งคำถามนี้ขึ้นว่า การออกกำลังกายตอนไหนให้ประสิทธิภาพดีที่สุดระหว่างตอนเช้ากับตอนเย็น  เคยไปทำแบบสำรวจมาแล้วคะแต่ก็ไม่สามารถหาคำตอบที่ดีที่สุดได้ นั่นเป็นเพราะว่าคำตอบที่คนมาออกกำลังกายส่วนใหญ่จะตอบคล้ายๆกันว่ามันได้ประโยชน์เท่าๆกันแหละขึ้นอยู่กับความชอบและความสะดวกของแต่ละบุคคล 

เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะให้คุณได้อ่านข้อดีของการออกกำลังกายในแต่ละช่วงเวลา แล้วให้คุณเป็นหนึ่งในการตัดสินใจเลือกว่าตอนช่วงเวลาไหนดีที่สุด

 

ข้อดีของการออกกำลังกายตอนเช้า 

1.ทำให้คุณได้เริ่มต้นวันใหม่ด้วยความรู้สึกดีๆและมีความสุข เนื่องจากสารเอ็นโดฟินจะถูกหลั่งขึ้นหลังจากที่เราออกกำลังกายเสร็จ ส่งผลให้ทุกกิจกรรมที่ต่อจากนี้ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหรือการเรียนเป็นไปด้วยความสดชื่นแจ่มใส

2.การอยากอาหารลดลง นั่นเป็นเพราะหลังออกกำลังกายเสร็จเราจะเหนื่อยและพอดื่มน้ำเข้าไป สมองจะสั่งการมาว่าตอนนี้ท้องเราอิ่ม ยิ่งทิ้งช่วงเวลาไปอาบน้ำแต่งตัวเตรียมจะไปทำงานด้วยแล้ว เมื่อมาหากินข้าวความอยากอาหารจึงลดลงทำให้เรากินข้าวได้น้อยลงตาม

3.ทำให้เรานอนหลับได้สนิทมากขึ้น เพราะหลังออกกำลังกายตอนเช้าไปแล้วร่างกายจะมีอัตราการเต้นของหัวใจและอุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้น เมื่อเราได้ทำงานมาทั้งวัน พอตกกลางคืนเราก็จะง่วงนอน

4.ช่วยให้ระบบเผาผลาญในร่างกายดีขึ้น เพราะการออกกำลังกายตอนท้องว่างจะช่วยกระตุ้นให้ระบบเผาผลาญทำงานดีขึ้นจากเดิมถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งกับคนที่ต้องการจะลดความอ้วน

ข้อดีของการออกกำลังกายตอนเย็น 

1.เป็นช่วงที่ร่างกายพร้อมที่สุด เพราะในระหว่างวันร่างกายเราจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อยๆ และจะสูงที่สุดในช่วงเวลาบ่ายสองถึงหกโมงเย็น ดังนั้นเวลาตอนเย็นให้ประสิทธิภาพสูงในการเผาพลาญไขมัน

2.เหมาะกับการออกกำลังกายที่ต้องใช้พลังและกล้ามเนื้อมากๆ ก็บอกแล้วว่าช่วงเย็นร่างกายเรามีความพร้อมมากที่สุด ดังนั้นถ้าเราออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นสูงเราจึงทำได้ดีกว่าในตอนเช้า

3.ลดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ เนื่องจากวันทั้งวันเราได้ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวร่างกายกันมาแล้ว ทำให้กล้ามเนื้อของเราได้เกิดการยืดหยุ่น เพราะฉะนั้นเวลาที่ออกกำลังกายกล้ามเนื้อจึงไม่ค่อยบาดเจ็บ

4.ไม่ส่งผลใดๆต่อการนอนหลับ มีบางคนบอกว่าออกกำลังกายตอนเย็นแล้วนอนไม่หลับอันนี้ไม่จริง เพราะคนส่วนใหญ่ก็นอนหลับสนิทดี แต่เราก็ควรออกกำลังกายก่อนที่นอนอย่างน้อย 2-4 ชั่วโมง

เป็นอย่างไรบ้างคะ ตัดสินใจการได้รึยังว่าจะออกกำลังกายช่วงไหนดี แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกช่วงเวลาใดมันก็ดีต่อสุขภาพเราทั้งนั้น อ่านจบแล้วไปเปลี่ยนชุด ใส่รองเท้าผ้าใบ ไปออกกำลังกายกันคะ

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย ชุดตรวจ hiv

ระวังสนิมที่อยู่ใน ช้อน-ส้อม ของคุณ

ระวังสนิมที่อยู่ใน ช้อน-ส้อม ของคุณ
“ช้อน-ส้อม” เครื่องมือทั่วโลกใช้สำหรับทานอาหาร เริ่มแรกวัฒนธรรมการกินของประเทศไทยจะใช้มือสำหรับในการเปิบของกินเพื่อตักเข้าปาก วัฒนธรรมที่เข้ามาในไทย ทำให้มีการใช้อุปกณณ์ที่ชื่อว่าช้อน ส้อมขึ้นมา ช้อนสร้างขึ้นจากวัสดุสิ่งของที่แตกต่างหลากหลายชนิด ซึ่งทำให้ช้อนมีความไม่เหมือนกันไป อีกทั้งสร้างขึ้นจาก โลหะ ไม้ พลาสติก หิน หรืออื่นๆ แต่ที่ได้รับความนิยมคือ โลหะ เนื่องจากว่าโลหะมีแรงต้านทานการกัดกร่อนได้สูง ไม่กำเนิดปฏิกริยากับกรดดและด่าง และไม่แตกหักเสียหายง่าย ทั้งแข็งแรงต่อการนำมาใช้งาน แม้กระนั้นโลหะก็มีข้อเสีย ด้วยเหตุว่าเมื่อโลหะเกิดการออกไซด์นำมาซึ่งการกัดกร่อนของเนื้อโลหะ จะมีผลให้กำเนิดสิ่งที่เรียกกันว่า “สนิม” มีลักษณะเป็นเนื้อพรุน ซึ่งถือได้ว่าเป็นภัยร้ายต่อร่างกายของคุณ เวลาถัดมาได้การสร้างสรรค์การทำช้อนขึ้นโดยมีการผสมโลหะกับสิ่งต่างๆ เพื่อป้องการเกิดสนิมได้สำเร็จ แต่ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ ราคาที่แพงขึ้น ทำให้หลายๆ ครอบครัวยังเลือกใช้ช้อน-ส้อมที่มีราค้นทุนต่ำ ซึ่งเสี่ยงจะต้องเจอกับ “สนิม”

จะต้องสุขภาพย่ำแย่ด้วยเหตุว่า”สนิม” !!!
“สนิม” สามารถทำให้สุขภาพร่างกายของเราเสียหายได้ ซึ่งถ้าคุณใช้ช้อน-ส้อมที่ขึ้นสนิม ซึ่งก็คือคุณกำลังกินสนิมเข้าไปพร้อมด้วยของกินในมื้อนั้นของคุณ รวมทั้งสนิมที่คุณกินไปจะเข้าไปสะสมภายในร่างกาย ถึงแม้ในพื้นฐานบางทีอาจไม่มีอาการที่แสดงออกมา หรือยังไม่เกิดผลกระทบอะไรต่อร่างกาย เนื่องจากว่าอาจมีจำนวนสะสมที่ยังไม่มากนัก ถึงแม้ได้รับเข้าหลายครั้ง มีการสะสมเยอะเกินไป อาจมีอาการภาวะความเป็นกรดในเลือดสูง น้ำตาลต่ำ สามารถช็อกและก็เสียชีวิตได้ รวมทั้งหากสะสมเข้าไปแบบเรื้อรัง สนิมนั้นจะไปเข้าสะสมตามอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายคุณ ทำให้อวัยวะภายในร่างกายของคุณนั้นๆ เสียระบบการทำงาน ยกตัวอย่างเช่น ระบบต่อมไร้ท่อจะไม่ทำงาน ตับบางทีอาจพัง และไตวายได้

ทางที่ดีที่จะทำให้ท่านรอดปลอดภัยจากสนิมในช้อน-ส้อม ได้ คือ วิธีการสำหรับเลือกซื้อช้อน-ส้อม ในแบบที่ไม่กระตุ้นให้เกิดสนิม ซึ่งแม้ว่าจะราคาแพง ราคาสูงกว่า แต่ก็คุ้มกับการที่จะต้องเสียเงินเสียทองไปเพื่อรักษาสุขภาพที่เสียหายจากการสะสมสนิม ถ้าหากว่าคุณจำเป็นที่จะต้องมัธยัสถ์ค่าครองชีพ หรือติดความจำกัดเรื่องการเงินที่ควรต้องเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ในประสิทธิภาพที่ด้อยลงมา ขณะที่คุณใช้ช้อน-ส้อมนั้นให้ท่านหมั่นสังเกตดูว่าสนิมขึ้นหรือไม่ ถ้ามีสนิมขึ้นแล้วให้ท่านทิ้งไปโดยทันที เพื่อสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงของตัวคุณเองรวมทั้งคนที่อยู่รอบข้างคุณ

ผู้ป่วยอัมพาตกับการนอน

ผู้ป่วยอัมพาต

ผู้ป่วยอัมพาต นอกจากอาหารการกินจะต้องดูแลให้ดีแล้ว การกายภาพบำบัดก็ต้องทำเป็นประจำ และที่สำคัญคือการจัดวางท่านอนให้เหมาะสม มีการขยับเปลี่ยนท่าไม่ค้างท่าเดิมบ่อยๆ หรือนานๆ เพราะจะยิ่งทำให้อาการแย่ลง หรือเกิดแผลกดทับ

ถ้าในครอบครัวของเรามีผู้ป่วยอัมพาตอยู่ วันนี้เราจะแนะนำเกี่ยวกับการจัดท่านอนให้กับผู้ป่วยอัมพาต ซึ่งเรื่องดังกล่าวต้องคำนึงถึง

1. เตียงนอน เตียงนอนสำคัญมาก เพราะผู้ป่วยอัมพาตส่วนใหญ่มักจะอยู่นอนหรือกิน ที่เตียง หรือใช้เวลาที่เตียงนานมาก จึงควรเป็นเตียงที่แข็งแรง ความสูง พิจารณาโดยสังเกตจากเมื่อผู้ป่วยลุกนั่งห้อยขาบนเตียงแล้ว เท้าผู้ป่วยสัมผัสพื้นได้พอดี

2. ที่นอน ต้องเป็นที่นอนเนื้อแน่น ไม่นุ่มหรือแข็งจนเกินไป หากนุ่มเกินไปจะทำให้เกิดการงอตัวได้ขณะนอน แล้วผู้ป่วยส่วนใหญ่ก็มักจะติดนอนมาก นอกจากนี้ควรเลือกใช้ผ้าปูที่นอนคุณภาพดีไม่เป็นขุยง่าย พอดีกับที่นอน เพราะว่าเราต้องขึงผ้าปูให้ตึงไม่มีรอยย่น รอยพับเพื่อป้องกันไม่การเกิดการถูไถผิวหนัง ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกนอนไม่สบาย ไม่สบายตัว และอันจะนำสู่การเกิดแผลกดทับได้

3. ท่านอนในผู้ป่วยอัมพาต เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งโดยเฉพาะผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีก เพราะการนอนทับแขน หรือขาข้างที่เป็นอัมพาตนานๆ จะทำให้เกิดการบวมเกิดข้อต่อยึดติดได้ง่าย หรือการปล่อยให้ผู้ป่วยนอนอยู่ท่าใดท่าหนึ่งนานๆ เป็นสาเหตุให้เกิด แผลกดทับขึ้น ดังนั้นญาติ หรือผู้ดูแลต้องเปลี่ยนท่านอนให้บ่อยๆ อย่างน้อยทุก 2 ชั่วโมง